“ปูติน” ไฟเขียว “ไทย” เรียนนร.นายร้อยรัสเซีย ฟรี ในฐานะมิตรประเทศ !!

รายงานว่าคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลไทยอนุมัติกระทรวงกลาโหมไทย ส่งกองกำลังไปเรียนหลักสูตรนายร้อยในรัสเซีย โดยประธานาธิบดีวลาเดเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้ลงนามในการอนุมัติประเทศไทยให้เข้าสู่เป็นประเทศพันธมิตรของรัสเซีย

ครม.ไฟเขียว กห.ส่งกำลังพล เรียนร่วม หลักสูตรนักเรียนนายร้อยสหพันธรัฐรัสเซีย หลัง ปูติน ปธน.รัสเซีย อนุมัติไทยอยู่ในกลุ่มมิตรประเทศที่สามารถได้รับทุนแบบให้เปล่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงกลาโหม (กห.) จัดทำความตกลง เลขที่ 173/3/764-1 ว่าด้วยการรับกำลังพลของราชอาณาจักรไทยเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาทหารของกระทรวงกลาโหมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (ร่างความตกลงฯ) และให้ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ร่วมลงนามในร่างความตกลงฯ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างความตกลงฯ โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ ให้ กระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ

ร่างความตกลงฯ ดังกล่าวมีเพื่อกำหนดแนวทางในการส่งกำลังพลของไทยไปเข้ารับการฝึกศึกษาในหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเสนอรายชื่อหลักสูตรที่ต้องการส่งกำลังพลเข้ารับการศึกษาให้กระทรวงกลาโหมรัสเซียพิจารณาภายในวันที่ 15 มกราคมของทุกปี โดยจะแจ้งรายชื่อหลักสูตรที่สามารถสนับสนุนที่นั่งศึกษาได้ให้ฝ่ายไทยทราบ ภายในวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี เพื่อเข้ารับการศึกษาหลักสูตรเตรียมความพร้อมและภาษารัสเซีย ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นระยะเวลา 10 เดือน ก่อนเข้าศึกษาหลักสูตรทหารต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายรัสเซียได้แจ้งว่า นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้อนุมัติให้ไทยอยู่ในกลุ่มมิตรประเทศที่สามารถได้รับทุนการศึกษาแบบให้เปล่า โดยเฉพาะหลักสูตรนักเรียนนายร้อยสหพันธรัฐรัสเซีย สำหรับหลักสูตรอื่นจะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยร่างความตกลงฯ มีสาระสำคัญ ประกอบด้วย 1.เนื้อหาของความตกลง 2. ข้อกำหนดในการฝึกอบรม 3.การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมและรายชื่อผู้สมัคร 4.การลงนามในผนวกแนบท้ายความตกลง 5.การคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม 6.หนังสือเดินทางตรวจลงตราและการลงทะเบียน 7.การสนับผู้เข้ารับการฝึกอบรม 8.ประกาศนียบัตรรับรองการฝึกอบรม 9.ความรับผิดชอบของผู้เข้ารับการฝึกบอรม 10.การปฏิบัติตามข้อบังคับด้านการรักษาความปลอดภัย 11.การยุติข้อพิพาท และ 12.การมีผลใช้บังคับของความตกลง

Military Armed Forces

เครดิตตามภาพถ่าย

error: Content is protected !!