จีนเปิดสะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลก !!

จีนเปิดสะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลก เชื่อม “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า”

 

“สะพานฮ่องกง-จูห่าย-มาเก๊า” หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่!
ทั้งนี้ สะพานแห่งใหม่ที่สื่อต่างประเทศอย่างเดอะการ์เดียน (The Guardian) ยกให้เป็น “หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่” เตรียมเปิดให้สาธารณชนได้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 24 ต.ค. 61

โดยทางการจีนเปิดใช้งานสะพานข้ามทะเลที่มีระยะทางยาวที่สุดในโลกมีความยาว 55 กม.ที่เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญทางภาคใต้ของจีน คือ เกาะฮ่องกง มาเก๊า และเมืองจูไห่ ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของจีนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะเดินทางไปเปิดสะพานแห่งนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการเดินทางของผู้นำจีนครั้งนี้เป็นการกระตุ้นความเชื่อมั่นให้ประชาชนในช่วงที่จีนกำลังทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็อาจมีการบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจของจีนด้วย

โครงการนี้จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของประธานาธิบดีสี ในการทำให้บริเวณที่เรียกว่า Greater Bay Area ซึ่งหมายถึงอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง และ มาเก๊า กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อแข่งขันกับเมืองท่าสำคัญของโลก อย่าง นครซานฟรานซิสโก นครนิวยอร์ก และกรุงโตเกียว เพราะจะช่วยย่นเวลาการเดินทางระหว่าง 3 เมืองลง โดยจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางทางบกระหว่างฮ่องกงกับเมืองจูไห่เหลือไม่ถึง 30 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานถึง 4 ชม. และทำให้การขนส่งสินค้าจากท่าอากาศยานฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่คึกคักที่สุดในโลกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่มีความสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังคาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในแถบนี้ด้วย รัฐบาลจีนตั้งความหวังว่า จะพัฒนาให้บริเวณ Greater Bay Area ซึ่ง ประกอบไปด้วยฮ่องกง มาเก๊า รวมทั้งอีก 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง ที่มีประชากรรวมกันราว 68 ล้านคนนั้น กลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีเหมือนกับแถบ Silicon Valley ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียนั่นเอง

สะพานแห่งนี้ใช้เวลาในการวางแผน 6 ปี และก่อสร้างนาน 8 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ อุโมงค์ยาว 6.7 กม. จะช่วยให้เรือขนส่งสินค้าแล่นผ่านไปได้ นอกจากนี้ เกาะเทียมขนาด 625 เมตรก็น่าทึ่งอยู่ไม่น้อย โครงการนี้เป็นการรวมระหว่างสะพานข้ามทะเลและอุโมงค์ใต้ทะเล มีข้อมูลว่าเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างครั้งนี้สามารถใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 60 หอ คาดว่าจะมียานพาหนะข้ามสะพานแห่งนี้วันละประมาณ 9,200 คัน รายได้จากการเก็บค่าผ่านทางปีละประมาณ 2.75 พันล้านบาท แต่ค่าบำรุงรักษาในปีแรกของสะพานแห่งนี้กลับสูงถึง 1 ใน 3 ของตัวเลขดังกล่าว ด้านความปลอดภัยสะพานนี้ถูกออกแบบให้ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังสร้างเกาะเทียมขึ้น 2 เกาะในน่านน้ำบริเวณฮ่องกงและมาเก๊า

 

ที่มา : CGTN , Dailymail

 

 

error: Content is protected !!